¤ EakZa.See-U ¤'s profile(¯`•¸·´¯)––––•(-• E a k ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 13

    หมายถึง

    จูบที่ มือ หมายถึง มิตรภาพ จูบที่ จมูก หมายถึง คุณน่ารักมาก จูบที่ แก้ม
    หมายถึง ฉันต้องการเธอ จูบที่ คอ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉัน (คืนนี้เสร็จแน่)
    จูบที่ ริมฝีปาก หมายถึง ฉันรักเธอ จูบที่ เปลือกตา หมายถึง ฉันกำลังหลงรักเธอ
    เอาแหวนของคุณไปใส่ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉันคนเดียวตลอดไป
    ให้ของขวัญคุณเป็นประจำ หมายถึง เค้าเอาใจใส่ และคิดถึงคุณตลอดเวลา จับมือ
    หมายถึง ฉันชอบเธอ มองเข้าไปในตาของคุณ หมายถึง เธอรักฉันหรือเปล่า
    บีบนิ้วของคุณ หมายถึง ฉันอยากจะจูบเธอ ลูบไล้เบา ๆ ที่หัวไหล่ หมายถึง
    อยากจะเอาใจเธอ กัดริมฝีปาก หมายถึง ฉันหึงนะ ขยิบตาให้ หมายถึง
    ขอฉันไปกับเธอนะ เล่นผมของคุณ หมายถึง ฉันชื่นชมเธอ เหยียบเท้าคุณ หมายถึง
    ฉันเกลียดเธอ พูดว่า "คิดถึงคุณ" หมายถึง ฉันใส่ใจเธอเสมอ พูดว่า "คืนนี้
    จะฝันถึงคุณ" หมายถึง คุณเป็นคนพิเศษ พูดว่า "อยากจะอยู่กับคุณตลอดเวลา"
    หมายถึง คิดถึงคุณทุกลมหายใจ แอบหอมคุณ หมายถึง เค้าคนนั้นเป็นคนที่สวีทสุดๆ
    หวังว่าเธอคงจะส่งต่อนะ ถ้าไม่ส่งต่อ แฟน คุณจะคิดนอกใจ และจะอกหักไปตลอดชีวิต
    ไม่มีคัยคิดจะรัก มีแต่คนเกลียดชัง (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่)
    September 25

    เกรด A-F ไม่ใช่ว่า A คือเก่งที่สุดหรอก

    เกรด A-F ไม่ใช่ว่า A คือเก่งที่สุดหรอก มันมีที่มาอยู่ว่า
    > >>> A = animal สมองน้อย B = basic ก็แค่พื้นๆ C = common
    > >>>ธรรมดา งั้นๆ D = diligent ฉลาด หลักแหลม F = fever
    > >>>เก่งจนเกิดกระแสความดัง
    > อันเกรด A เขาว่าเหมือนเช่นสัดว์
    > วันๆฟัดแต่ตำราน่าอดสู
    > A Animal สมองน้อยหงอยน่าดู
    > สงสัยครู ให้ได้ไง ไม่ค่อยเจอ
    >
    > B Basic ใครๆก็ทำได้
    > เพราะมันง่ายกันไปจนน่าขำ
    > คนว่า"เบ" เกินไปเลยไม่ทำ
    > กลัวตอกย้ำความเบสิกสะกิดใจ
    >
    > C Common แบบนี้สิใช้ได้
    > คนทั่วไปยอมรับและนับถือ
    > เกรดแบบนี้ได้มาเรียก "ฝีมือ"
    > แต่ก็ถือว่ายังอ่อนเกินไป
    >
    > D Deligent เกรดสุดฮิตของคนขยัน
    > ฟิตทั้งวันแต่เลคเชอร์ไม่เคยสน
    > conc. วิชา จีบสาว ม่อเกินทน
    > สุดยอดคน นายเยี่ยมมาก พูดจากใจ
    >
    > เกรดใดๆไม่เท่า F Fever
    > ได้กันเกร่อรู้ทั่วถึงไหนๆ
    > ใครได้มา ก็ Fever น่าชื่นใจ
    > แล้วค่อยไป เรียนซัมเมอร์ ด้วยกันเอย 
    September 10

    ความรักหรือว่าเกม

    ถ้าความรัก . . . เป็นเหมือนเกมๆ หนึ่ง
    "ฉันต้องเป็นฝ่ายแพ้ แล้วต้องออกจากเกมนี้ไป"
    และไม่มีทาง กลับเข้ามาเล่นเกมนี้ได้ใหม่
    ส่วนผู้เล่นอีกคน . . . เขาคือฝ่ายชนะชนะ
    เขายังคงได้เล่นเกมนี้ต่อไป . . .
    และพร้อมที่จะรอหาผู้เล่นคนใหม่ๆ
    . . . ที่จะเข้ามาร่วมฝ่าฟันอุปสรรค ในเกมไปกับเขา
    แต่ความรัก . . . สำหรับฉันไม่ใช่เกม
    เพราะมันก็ไม่เหมือนกับเกมเลยสักนิด
    เกมหมายถึง การเดิมพัน แต่ความรักไม่ใช่
    และที่สำคัญ ในเกมทุกเกม ก็จะมีบทสรุป
    . . . ที่ซื้อหาอ่าน หรือคาดการณ์จากสิ่งแวดล้อมทั่วไปได้
    และถ้าเราอยากให้เกมนี้จบแบบไหน เราสามารถก็ทำได้
    ซึ่งแต่ต่างจาก ความรักโดยสิ้นเชิง
    ความรัก . . . ไม่ใช่เกมการแข่งขัน
    และไม่มีใครกำหนดได้ว่า . . . บทสรุปของความรักจะเป็นอย่างไร
    บทสรุปของความรัก ก็มีอยู่สองแบบ
    แบบที่หนึ่ง . . . มีความสุขและ สมหวัง
    แบบที่สอง . . . ผิดหวังและเศร้าใจ
    บทสรุปของความรัก มันเป็นได้แค่สองแบบนี้จริงๆ
    ตัวละครในเกม มันไม่ใช่เรื่องจริง
    และตัวละครเหล่านั่น ก็เป็นแค่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น
    ตัวละครในเกม ไม่มีชีวิต ไม่มีความรู้สึก
    ไม่ว่าจะแพ้ หรือชนะมันก็ไม่รู้สึกอะไร
    และมันยังพร้อมที่จะกลับเข้ามาเล่นใหม่ ได้ตลอดเวลา
    แต่ตัวเรา . . . เป็นสิ่งที่มีชีวิต มีความรู้สึก
    ถ้าแพ้ . . . ก็เจ็บ หรือไม่ก็เสียใจ . . . ร้องไห้ได้
    ถ้าเปรียบความรักเป็นเกมจริงๆ
    คนเราทุกคน ก็อยากจะกลับไปเริ่มเล่นใหม่
    และไม่ต้องการให้ตอนจบ . . . มันไม่จบและเจ็บแบบนี้
    ในชีวิตจริงเราทุกคน อาจคาดหวังกับความรักมากเกินไป
    และหวังว่าในเกมแห่งความรัก จะต้องจบแบบมีความสุข
    แต่สิ่งที่เราทุกคนลืมนึกไป ก็คือผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่ง
    ไม่ได้หวังหรือคิดอะไรไปพร้อมๆ กับเราด้วย
    ในเกมนี้ เขาเลือกที่จะจบเกมของความรัก
    . . . โดยที่ไม่มีอีกฝ่ายก็เป็นได้
    ซึ่งไม่มีใครรู้ว่า . . .มันจะจบแบบไหน และลงเอยเช่นไร? 
    August 27

    ความรัก... ก็เหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง

    ความรัก... ก็เหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง

    ใส่ "ความรัก"
    มากพอ และดีพอ ก็จะมี "ความรัก" ที่ยาวนาน
    ก็จะเหมือนหนังสือเล่มหนา ที่มีหลายหน้า
    หลายบทความ หลายบรรทัด และหลายรสชาด

    ...
    แต่ถ้าหากคนๆนั้น ดูแลเอาใจใส่ "ความรัก"
    ไม่มากพอ และไม่ดีพอก็จะมี "ความรัก" ที่ไม่ยาวนาน
    ก็จะเหมือนหนังสือเล่มบาง ที่มีเพียงไม่กี่หน้า
    ไม่กี่บทความ ไม่กี่บรรทัด และเพียงไม่กีรสชาด
    บางทีอาจจะไม่รู้รสชาดของ "ความรัก" เลยด้วยซ้ำ
    ว่ามันเป็นอย่าง 

    July 27

    สุขจริงๆ

    ความสุขเล็กๆน้อยๆ
     
    วานนี้ คุยกับคนรักเก่า สมัย ม.3 ชื่อ หลิน อยู่ รร ใกล้กันแท้ๆ แต่ดันม่ะพุดม่ะจานะ
     
    คิดว่าเค้าคงลืมกันไปแล้ว  ทุกตรั้งที่เปง เมอก็ยังทำเหมือนเคย คือหลบหน้าเสมอ
     
    ไม่รู้ว่ารังเกียจรึว่าอายเหมือนแต่ก่อน
     
    ยังจำสมัยที่เรียน รร เก่า เพลงที่เคยใช้จีบ
     
    *0* เพลง หวังเล็กๆ แหมๆคิดถึงวานเก่าๆ ตอนนั้นเทอยังไม่สวยขนาดนี้เลยนะ
     
    ไม่ขาวขนาดนี้เลย  โดนจาย 555 ขาว สวย หมวย X  นมพัฒนาแล้ว ดัดฟัน งิ*-*  ดีจายนะ ที่ได้คุยกันอีกครั้ง
     
    เด้ก โยธินไม่ช่ายแฟน ขส 555+ แปลกเน้อ รร ใกล้ๆกาน แต่ดันไม่มี
     
    ขส คนไหนเปงแฟนเด้ก โยธินเลย ทั้งๆที่น่ารักๆสวยๆก็มี  แปลกมากมาย หุหุ
     
    แค่ทักทายกันก็พอใจแล้ว  นางสาวปัทมา*-* ความสุขแรกของป๋ม
     
    ความสุขที่ 2 สะใจจริงๆ เวลาใครทำรายผิดๆ เจอโฮ่ใส่ทันที 555
     
    โฮ่โดนม่ะได้นัดหมาย แปลกอีกอ่ะ เวลากูทำไรผิด ม่ะมีคนโฮ่เลย
     
    กูควรเสียใจ รึดีใจว่ะนี่ เดี๋ยวนี้ ญ มา รร บ่อย ล้อกานกระจาย
     
    โดยเฉพาะ น้องอ้วนของหม่อง นำลุกทีมมาทุกวันเลย ไม่รู้จะมารายนักหนา
     
    แต่ก้ดีอ่ะ ทำให้ รร มีสีสัน ทำให้ ห้องนี้มีความสุข
     
    มาเปงอาหารตาของเด็กที่นี้ *0* เหงแล้วหื่นว่างั้น ใส่กางเกงเหงตูดเลย แสด
     
    สู้เดินตัวเปล่าเลยจะดีไหมนี่ มีความสุขกับเพื่อนๆ หันไปหาเพื่อนๆมากขึ้น
     
    เดี๋ยวนี้ต้องเข้ากับเพื่อนละ ไปเที่ยวก็ไปด้วยกาน ปิดเทอม ทะเลโว้ยยยยย
     
    สุขที่ 2 ใน รร แห่งนี้
     
    สุขที่ 3 คือ เพื่อนๆ ในMSN มีมากมายก่ายกอง
     
    บางก็เพื่อน บางก็น้องสาว บางก็แฟน เปงที่ปรึกษาให้ชาวบ้านนี่ก็ดีนะ
     
    รู้รายมากมาย แต่กับตัวเองยังทำรักให้ดีม่ะได้เลย (เก่งจังเลยสอนคนอื่น เหอๆ)
     
    บางวันก็มีคนคุยเยอะชิบหาย พิมแทบไม่ทันเลย
     
    บางวันนี่แมร่ง เงียบเหมือนเป่าสาก  แสด คนออนเยอะ แต่ไมมีใครคุย เซงจิต
     
    เสียดายPCTไม่มีรับสายซ้อน ม่ะงั้นน้าคุยไม่ไหวอีกตู
     
    อิจฉาคนอื่น ที่มีแฟนแล้วมาเล่าห้ายฟัง ม่ะว่ารักใคร รึเลิกกับคราย
     
    มาบ่นห้ายฟังหมด ร้องไห้ให้ฟังยังมีเลย แต่ก็มีความสุขมากเลย ที่ได้ช่วยเหลือ
     
    ได้ทำให้คนอื่น รู้สึกดีขึ้น ปลอบใจ เวลาใครเค้าเลิกกาน
     
    (เหมือนเปงถังขยะ ระบายอารมเลย คิคิ)
     
    แต่ก็เต็มใจที่จะรับฟัง ยินดีที่จะช่วยแก้ปังหา มีความสุขที่เหงใครๆเค้ารักกาน
     
    นี่ละ ความสุขอย่างที่ 3 คือกานได้เปงที่ปรึกษาของชาวบ้าน เปงคนคอยช่วยเหลือชาวบ้าน
     
    ^๐_๐^
    July 13

    เซง

    อยากจะบอกใครสักคน
     
    ถ้าการชอบใครสักคน รักใครสักคน มันต้องตัดทุกอย่างทิ้งเพื่อให้มีเวลากับคนที่เรารักใช่ไหม
     
    มีเพื่อนหญิง มีน้องสาว และการเปงที่ปรึกษาของคนอื่น มันทำให้เราดูว่าหลายใจใช่ไหม
     
    ทั้งที่ภายในใจ เรามีเพียงคนที่เรารัก รักเดียวจายเดียว
     
    เหตุผลที่คนควรอยู่ด้วยกัน คงมีมากกว่าคำว่าเชื่อใจ  ความซื่อสัตย์
     
    การรักเดียวใจเดียว  มันคงลบความระแวงที่มีไม่ได้สินะ
     
    งั้นเราคงไม่ควรมีรัก ม่ะควรชอบใคร ต้องโสดต่อไปสิ
     
    สักวันนึงคงมีคนที่รักกูและเข้าใจในตัวกู กับสิ่งที่กูเปง
     
    กูห้ายได้ทุกสิ่งที่สามารถจะทำให้ได้
     
    เก็บคำว่ารักไว้ดีกว่า
     
    June 18

    กับสิ่งที่ฉันเป็น

     

     
     
    ในที่สุด ก็ฉลาดสักที ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่าน้ำตา 555+
     
     
    เปิดเรียนกันแล้วน่าเบื่อนิดๆ แต่ก็นุกหนานดี จะเปงคนดีกว่าเดิมไม่โดดเรียนล่ะ(ไม่รู้จะทำได้ไหม)
     
     
    เรียนแทบตาย สุดท้ายก็ทำอะไรไม่เป็น ทำไงได้หัวสมองเรามันขี้เลื่อยนี่น่า
     
     
    ไม่เอาถ่านแต่ใช้แกลบไม่มีการจดบันทึกลอกก็ไม่เก่ง สงสัยต้องฝึกล่ะ
     
     
    เดือนหน้าก็เปิดเทอมสักทีปีสุดท้ายของ รรนี้ เหงแต่ชายน่าเบื่อ
     
     
    ถ้ารร นี้เปิดให้ผู้หญิงเรียนมันจะมีใครมาเรียนว่ะนี่ ขืนมาเรียนคงไม่รอดปากเหยียวปากกา หุหุ
     
     
    รักคุณพ่อคุณแม่จัง ใครที่เค้าไม่รักเราก็ช่างเค้า ไม่แคร์อีกต่อไป โอกาสมันไม่มีอีกแล้ว
     
    ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน แม้ทุกวันนี้ต้องเดินเพียงคนเดียวก็ตาม
     
     
    กูเปลี่ยนไปแล้ว สู่ด้านมืดของจิตใจใครทำให้กูเจ็บ มันต้อง.........555+
     
     
    ใครดีด้วยก็จะดีตอบ ใครร้ายมาก็ร้ายไป แล้วจะรู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงมันเป็นยังไง
     
     
    เพื่อนๆเปิดเทอมทำไรดี เอ๋ ใครเพื่อนตูมั่งนี่ มีใครรักกูบ้างไหม อยากรู้จริงๆ
     
     
    เพื่อนแท้คือไร เพื่อนเทียมคือไร คำว่าเพื่อนคือไร ใครรู้ตอบกูที
     
     
    ปีนี้อย่าให้มีงานเยอะเลย เซง ไม่ชอบทำชอบหมกมากกว่า เบื่อมากมีงานแต่ล่ะที
     
    ไม่รู้จะเขียนไรดีลืมหมดเลย - -* ไปดีกว่า สู่โลกแห่งความจริง
     
     
    เสริมๆๆข้อมูลล่าสุดวันที่21/05/50 เวลา14.30น
     
     
    เข้าใจเหตุผลต่างๆสักที  ว่ากูมันไม่มีเวลาให้ ไม่ค่อยได้เจอกัน  แล้วใครกันละที่บอกไม่ว่าง ไม่ต้องมา กลับบ้าน งานเยอะ
     
    55555555555555555555555555 กูต้องหัดซื้อนาฬิกาละ
     
    มันผิดทุกอย่างละที่ตัวกูมันดีและเลวมากไป
    May 25

    ประวัติแล้วเป็นมาของโรงเรียน

     

    พ.ศ.2509

    โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ช่างกล ขส.ทบ. ได้รับอนุญาติจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นโรงเรียนอาชีวศึกษา
    เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2509 โดยเปิดสอนวิชาวิชาช่างยนต์หลักสูตร 3 ปี มีวิทยฐานะเทียบเท่าโรงเรียนอาชิวศึกษา
    ของรัฐบาลในปีแรก กรมการขนส่งทหารบกให้ใช้อาคารเรียนของโรงเรียนทหารขนส่ง เป็นที่ตั้งของโรงเรียน
    รับนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าศึกษาต่อสำเร็จแล้วได้รับวุฒิบัตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.)

    พ.ศ.2515

    พลเอกประภาศ จารุเสถียร ผู้บัญชาการทหารบก ได้จัดงบประมาณจำนวน 4,107,000 บาท ให้แก่กรมการขนส่งทหารบก
    เพื่อมาก่อสร้างอาคารเรียน 3 ชั้น(12 ห้องเรียน)โรงฝึกงาน 2 หลัง
    อาคารเรียน
    3 ชั้น(12ห้องเรียน)
     

    พ.ศ.2517

    พลเอกกฤษณ์ สีวรา ผู้บัญชาการทหารบก ได้จัดงบประมาณเป็นเงินจำนวน 3,609,158 บาท
    แก่กรรมการขนส่งทหารบก ดำเนินการก่อสร้างโรงฝึกงาน 3 หลัง และซื้ออุปกรณ์การฝึกจำนวนหนึ่งเพื่อประโยชน์ในการศึกษา

    พ.ศ.2523

    ความก้าวหน้าในด้านธุรกิจอุตสาหกรรมมีความต้องการช่าไฟฟ้าขึ้นในตลาดแรงงาน
    คณะกรรมการบริหารโรงเรียนได้ดำเนินการขออนุญาติเปิดสอนแผนกช่างไฟฟ้ากำลัง จากกระทรวงศึกษาธิการ
    พ.ศ.2527
    พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก กรุณามาเยี่ยมโรงเรียน ๆ
    ได้อนุมัติงบประมาณอีกส่วนหนึ่ง เพื่อก่อสร้างอาคารเรียน 3 ชั้นอีก 1 หลัง(ตึกอาทิตย์ กำลังเอก) และให้นโยบายขยายระดับการสอนเพิ่มขึ้นไปถึงหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)แผนกช่างยนต์

    พ.ศ.2537

    กรมการขนส่งทหารบก โดยคณะกรรมการบริหารได้พิจารณาว่า งานเกี่ยวกับกรมการขนส่งทหารบก มีขีดความสามารถทางด้านการบินและและบุคลากรเพียงสนับสนุนในด้านนี้ จึงได้ดำเนินการประสานกับ
    กระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตรสาขาช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชั้นสูง
    แล้วรับนักเรียนที่จบแผนกช่างยนต์(ปวช.) เข้าศึกษาต่ออีกสาขาหนึ่ง

    ต่อมา

    เมื่อวันที่ 25 มิถุนาคม 2537 พลเอกวิมล วงศ์วานิช ผู้บัญชาการทหารบก ได้มาเป็นประธานในการเปิดหลักสูตร
    ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) โรงเรียนจึงมีการสอนภาคปกติ สาขางานซ่อมบำรุงอากาศยาน และภาคบ่าย
    และสาขาเทคนิคยานยนต์